เครื่องประดับพลอยทับทิมกับประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน เพราะความสวยงามเลอค่าของทับทิมสีแดง วันนี้จึงขอนำคุณมาพบกับประวัติของทับทิมสีแดงที่มีความสวยงามตามธรรมชาติเสริมบุคลิกที่โดดเด่นของคุณ

ทับทิมอัญมณีสีแดงที่ถือเป็นราชาแห่งพลอยสีแดงที่มีความโดดเด่นสวยงาม และยังใช้ในการประดับบนมงกุฎและดาบขององค์จักรพรรดิจึงถือว่าทับทิมนั้นเป็นของสูงและมีความศักดิ์สิทธิ์ และนอกจากนี้ยังให้ความรู้สึกในเรื่องของกล้าหาญ ฮึกเหิมของแม่ทัพหรืออัศวินที่จะไปทำศึกสงครามในสมัยก่อนด้วย จึงถือได้ว่าทับทิมนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจอย่างมากเลย
ทับทิมได้รับการยกย่องเป็นยอดแห่งอัญมณีในด้านสีสันและความงามเป็นครั้งแรกในต้นศตวรรษที่ 11 โย Al-Biruni นักแร่วิทยาชาวเปอร์เซีย นอกจากนี้ยังมีในช่วงปี 1550 Benvenuto Cellini เป็นช่างทองชาวอิตาเลียนได้มีการบันทึกราคาของทับทิมที่ไม่มีตำหนิเลยนั้นราคาอาจสูงกว่าเพชรถึง 8 เท่าเลยทีเดียว และความมีค่าของทับทิมยังได้รับการบันทึกไว้จาก Max Baucer โดยเขียนไว้ในหนังสือ Precious Stones ในปี 1894 ว่าทับทิมนั้นมีราคาสูงกว่าเพชร 2 เท่าในขนาดที่เท่ากัน นั่นคือ การแสดงออกว่าเครื่องประดับทับทิมนั้นเป็นประดับที่มีคุณค่านั่นเอง มาถึงเรื่องของการรู้จักประดับทับทิมของฝั่งตะวันตกและตะวันออกกันบ้าง เริ่มจากฝั่งตะวันตกก่อน คนตะวันตกนั้นรูจักเครื่องประดับทับทิมเป็นครั้งแรกในการอ่านคัมภีร์ไบเบิลมีการเปรียบความงามของสตรีว่ามีค่าดั่งทับทิม และชาวปาเลสไตน์ยังเชื่อว่าทับทิมคือ 1ใน 12 ประดับที่พระเจ้าสร้างไว้ประดับโลกและยังมี Pliny ผู้ซึ่งเขียนเกณฑ์การจำแนกคุณภาพของทับทิมจึงถือได้ว่า Pliny เป็นนักอัญมณีคนแรกของโลก ในส่วนนของคนตะวันออกโดยเฉพาะประเทศอินเดียนั้นในศาสนาฮินดูหากใครนำประดับทับทิมถวายแด่องค์กฤษณะ ปรารถนาสิ่งใดจะสำเร็จ ถ้าทับทิมนั้นคุณภาพดีมากจะได้เกิดเป็นจักรพรรดิ ถ้ามีคุณภาพด้อยลงไปจะเป็นแค่พระราชา เป็นต้นนี่อาจเป็นคำสอนของคนอินเดียวรรณะสูงแต่ถ้าต่ำลงมาก็จะเป็นในเรื่องของการดูทับทิมมากกว่า เช่น ทับทิมเม็ดใดมีสีชมพูแสดงว่าสุกไม่พอต้องนำไปฝังดินเพิ่ม และถ้ามีสีแดงมากๆก็แสดงว่าสุกงอมแล้ว ส่วนคนพม่านั้นเชื่อว่า เครื่องประดับทับทิมนั้นทำให้ฝันเป็นจริง ทำให้มีเสน่ห์ มีสุขภาพดีด้วย นั่นคือความเชื่อมากมายที่มีต่อทับทิม ประดับที่สวยงามมีค่าของไทย ต่อมาเป็นเรื่องเกี่ยวกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของไทยกันบ้าง โดยการจัดชั้นทับทิมของประเทศเริ่มตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโดยหลวงนรินทราภรณ์ซึ่งได้มีการประพันธ์ลิลิตตำราไว้โดยในตำรานี้ได้แบ่งชนชั้นทับทิมโดยดูจากลักษณะของสี น้ำ หรือประกายรัศมีและน้ำหนัก เป็นต้น และได้มีการขุดพบทับทิมในประเทศไทยในปี 1903 ที่จันทบุรี ตราด และทับทิมที่ได้จากแหล่งนี้ คือ ทับทิมสยาม แต่ในปัจจุบันก็แทบไม่มีแล้ว แต่ 80% ของทับทิมที่ขุดได้จากทั่วโลกจะส่งเข้ามาในประเทศไทยเพื่อเพิ่มมูลค่าและทำเป็นเครื่องประดับต่อไป โดยในปัจจุบันนี้นยังสามารถแบ่งทับทิมอย่างเป็นทางการได้ถึง 6 ประเภท คือ ทับทิมพม่า ทับทิมสยาม ทับทิมซีลอน ทับทิมแอฟริกา ทับทิมอีนดียและทับทิมเวียดนาม เป็นต้น
และทั้งหมดนี้คือความเชื่อในเครื่องประดับทับทิมและประวัติการค้นพบในประเทศไทย อ่านดูแล้วเครื่องประดับทับทิมนี้เป็นสิ่งที่มีค่าและมีความสวยงามชวนหลงใหล โดยมีตำนานเล่าขานและความเชื่อสืบต่อมาช้านานแล้ว เพราะฉะนั้นเครื่องประดับทับทิมเป็นอัญมณีหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลายจากอดีตจนถึงปัจจุบัน และนิยมนำทับทิมนั้นมาประดับบนแหวน สร้อยคอ หรือสร้อยคอมือ รวมถึงกำไลด้วย เพราะว่าให้ความสวยงามแตกต่างและด้วยความสดใสของสีสันที่แจ่มของทับทิมทำให้ใครๆก็หลงใหลในความงามของอัญมณีนี้ เพราะฉะนั้นทับทิมจึงเป็น เครื่องประดับ ที่เรียกว่าราชาแห่งอัญมณีโดยแท้จริง